หน้าแรก
เกี่ยวกับ วสท.
สมาชิก วสท.
กรรมการอำนวยการ
กรรมการสาขา
ประกาศ
ข่าว
อบรม/สัมมนา
กฏหมายที่วิศวกรควรรู้
บทความวารสาร
ร้านหนังสือ Online
วิศวกรรมสารฉบับวิจัยและพัฒนา
แผนที่ วสท.
สมัครสมาชิกเว็บ วสท.
สมัครสมาชิก วสท.
 
User Online: 12
 
 
 
 
  ลืมรหัสผ่าน
  ลงทะเบียน
ไทย | English
General
  16 คำถาม ไขข้อข้องใจ กรุงเทพๆเสี่ยงภัยต่อแผ่นดินไหวขนาดไหนและจะรับมือกันอย่างไร
Untitled Document
16 คำถาม ไขข้อข้องใจ กรุงเทพๆเสี่ยงภัยต่อแผ่นดินไหวขนาดไหนและจะรับมือกันอย่างไร
โดย
รองศาสตราจารย์ ดร. อมร พิมานมาศ

ประธานคณะอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมโครงสร้างและสะพาน
วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)
อาจารย์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คำถามที่ 1. ดูเหมือนว่าเหตุแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งในระยะนี้ทั่วโลก ไล่มาตั้งแต่ที่นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น จนมาถึงพม่า แต่ละจุดที่เกิดขึ้นก็มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าโลกเราอยู่ขั้นวิกฤติแล้วหรือไม่?
ผมได้รับคำถามลักษณะนี้มาหลายครั้งแล้ว หากดูจากสถิติการเกิดแผ่นดินไหวทั่วโลกย้อนหลังไป 10 ปีจะพบว่าเรามีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นทั่วโลกนับเป็นพันครั้งต่อวัน แผ่นดินไหวบางอันก็มีขนาดเล็กไม่เกิน 2-3 ริกเตอร์ไม่ทำให้คนรับรู้ได้ แต่สามารถตรวจวัดโดยใช้เครื่องมือวัด แผ่นดินไหวที่มีขนาดใหญ่พอที่จะสร้างความเสียหายให้แก่อาคารบ้านเรือนมักจะมีขนาดเกิน 5 ริกเตอร์ขึ้นไปและเกิดในที่ที่มีผู้คนอาศัยอยู่เยอะๆ หากมาดูเฉพาะแผ่นดินไหวขนาดกลางขึ้นไปจะพบว่าตามสถิติแผ่นดินไหวขนาด 5.0-5.9 ริกเตอร์จะเกิดขึ้นประมาณ 1500 ครั้งต่อปี ขนาด 6.0-6.9 จะเกิดขึ้นประมาณ 150 ครั้งต่อปี ขนาด 7.0-7.9 จะเกิดขึ้นประมาณ 15 ครั้งต่อปี และ ขนาดใหญ่กว่า 8.0 ริกเตอร์ขึ้นไปจะเกิดประมาณ 1 ครั้งต่อปี หากดูตามสถิตินี้แล้วในช่วงย้อนหลัง 10 ปี ก็ยังไม่พบสัญญาณบ่งชี้ว่าอัตราการเกิดแผ่นดินไหวมีความถี่เพิ่มขึ้นผิดสังเกตแต่อย่างใด

คำถามที่ 2. แล้วแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในพม่าเมื่อคืนวันที่ 24 มีนาคม 2554 มีอะไรที่บ่งชี้ถึงสิ่งผิดปกติหรือไม่?
จริงๆ แล้วบริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวในพม่าคราวนี้ หากไปดูสถิติจะพบว่ามันเป็นบริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวเป็นประจำอยู่แล้ว ในรอบ 40 ปีที่ผ่านมามีแผ่นดินไหวขนาด 5 ริกเตอร์ขึ้นไปเกิดขึ้นในบริเวณนี้นับได้ถึง 30 ครั้งด้วยกัน และในจำนวนทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้มีขนาด 6.8-7 ริกเตอร์ถึง 4 ครั้งด้วยกัน ดังนั้นบริเวณนี้จึงมีอัตราความถี่ของการเกิด 10 ปีต่อครั้ง จะเห็นว่ามันเกิดค่อนข้างถี่ นอกจากนี้แผ่นดินไหวในบริเวณนี้มักเกิดที่ระดับไม่ลึกคือไม่เกิน 30 กิโลเมตรจากพื้นดิน จึงมีโอกาสก่อให้เกิดความเสียหายแก่อาคารและสาธารณูปโภคได้ค่อนข้างมาก

คำถามที่ 3. ตึกสูงในกรุงเทพได้รับการสั่นสะเทือน ผู้คนที่อาศัยอยู่ในตึกสูงหลายแห่งรับรู้ได้ บางคนวิ่งหนีลงมา แล้วโครงสร้างอาคารในกรุงเทพจะมีปัญหาหรือไม่?
อาคารสูงในกรุงเทพได้รับแรงสั่นสะเทือนเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แม้กระทั่งแผ่นดินไหวขนาด 7.9 ที่เสฉวนในปี 2551 ซึ่งอยู่ห่างไกลจากกรุงเทพถึง 2600 กิโลเมตร หรือ แม้กระทั่งแผ่นดินไหวขนาด 9.1 ริกเตอร์ ที่เกาะสุมาตรา เมื่อปี 2547 ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพถึง 1200 กว่ากิโลเมตร ก็ยังส่งผลให้อาคารสูงในกรุงเทพได้รับแรงสั่นสะเทือนจนไหวตัว เหตุการณ์ที่เชียงรายในคราวนี้มีขนาด 6.8 ริกเตอร์แต่ห่างจากกรุงเทพประมาณ 770 กิโลเมตร ก็ทำให้อาคารในกรุงเทพสั่นสะเทือนได้อย่างแน่นอน ซึ่งไม่ผิดปกติแต่อย่างใด เพราะกรุงเทพตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อน จึงเกิดการเคลื่อนตัวและสั่นไหวได้ง่าย

คำถามที่ 4.  อาคารในกรุงเทพมีความเสี่ยงที่จะได้รับความเสียหาย และ มีโอกาสจะถึงขั้นถล่มลงมาหรือไม่?
ผมว่าเราลองมาเปรียบเทียบเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นที่พม่าในคราวนี้ แผ่นดินไหวที่เสฉวน และ แผ่นดินไหวที่เกาะสุมาตรา จากข้อมูลพบว่าเหตุแผ่นดินไหวที่สุมาตราทำให้อาคารสูงในกรุงเทพเกิดการสั่นสะเทือนมากที่สุดในบรรดาแผ่นดินไหวทั้งสามนี้ แต่แม้ว่าอาคารจะโยกตัวไปมา ก็ไม่ได้หมายความว่าอาคารจะเกิดการถล่มลงมา หลังจากเหตุแผ่นดินไหวเหล่านี้ เมื่อเข้าไปสำรวจโครงสร้างอาคารก็ไม่พบรอยแตกร้าวหรือความเสียหายในเสา หรือ คาน ซึ่งเป็นโครงสร้างที่รับน้ำหนักของอาคาร อาจมีรอยร้าวขนาดเล็กๆ ในผนังอิฐซึ่งไม่มีผลต่อกำลังรับน้ำหนักของโครงสร้างแต่อย่างใด

คำถามที่ 5.  อาจารย์กำลังจะบอกว่ากรุงเทพมีความปลอดภัย?
ผมบอกว่าอาคารในกรุงเทพสั่นไหวได้เป็นเรื่องปกติ และ หากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นจากที่ไกลๆ ก็ไม่ได้ทำให้เกิดความรุนแรงมากพอที่จะทำอาคารได้รับความเสียหายจนถึงขั้นถล่มลงมา แต่เราต้องไม่ลืมว่าเรามีรอยเลื่อนที่อยู่ใกล้ๆกรุงเทพฯ ด้วยนะ นั่นคือรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ และ รอยเลื่อนด่านเจดีย์สามองค์ ในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีบางส่วนที่เชื่อมต่อกับรอยเลื่อนสะแกงในประเทศพม่าซึ่งเป็นรอยเลื่อนขนาดใหญ่มีพลังสูงมากอาจก่อให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้ ที่สำคัญรอยเลื่อนเหล่านี้อยู่ห่างจากกรุงเทพไม่เกิน 300 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นระยะที่อันตรายทีเดียว เพราะเคยมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 8.1 ริกเตอร์เมื่อปี 2528 ที่เกิดขึ้นห่างจากกรุงเม็กซิโกซิตี้ออกไป 350 กิโลเมตร ส่งผลให้กรุงเม็กซิโกซิตี้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก อาคารถล่มจนมีผู้เสียชีวิตประมาณ 10000 คน

คำถามที่ 6. ถ้าเช่นนั้นกรุงเทพฯ ก็มีความเสี่ยงที่จะได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว?
ใช่ครับ กรุงเทพๆถือว่ามีปัจจัยเสี่ยงครบทั้ง 3 ประการคือ 1) เราอยู่ใกล้ๆรอยเลื่อนที่มีพลังที่อาจก่อให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้ (2) กรุงเทพตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อน และ ที่สำคัญ (3) โครงสร้างอาคารบ้านเรือนเราไม่ได้ออกแบบให้รองรับแผ่นดินไหว

คำถามที่ 7. ถ้าเช่นนั้นเราควรจะเตรียมรับมือกันอย่างไร?
ผมบอกได้เลยนะว่าเรายังค่อนข้างโชคดีอยู่ที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในบริเวณที่แผ่นดินไหวมีความรุนแรงสูงเหมือนประเทศอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และ อื่นๆ อันที่จริงแล้วหากเราได้มีการเตรียมความพร้อมโครงสร้างอาคารของบ้านเราไว้ให้ดี ก็ย่อมจะสามารถต้านทานแผ่นดินไหวที่จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ปัญหาของเราคือโครงสร้างอาคารบ้านเรือนของเราไม่ค่อยได้เตรียมรับมือให้รองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว แต่ก็ยังไม่สายเกินไป ยังสามารถแก้ไขได้ทัน เราสามารถปรับปรุงโครงสร้างให้อาคารของเรามีความแข็งแรงขึ้นมาได้

คำถามที่ 8. อาคารประเภทไหนบ้างที่เสี่ยงต่อแผ่นดินไหว?
อาคารที่ค่อนข้างเสี่ยงต่อแผ่นดินไหวมากๆ มีอยู่สองสามประเภทคือ พวกตึกแถว ซึ่งเสามีขนาดเล็กๆ และการก่อสร้างไม่ได้ควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างให้ดี ไม่มีวิศวกรมาออกแบบหรือคุมงาน พวกนี้หากเกิดแผ่นดินไหว อาจทำให้อาคารทรุดเอียงลงมาทางด้านหน้าของอาคารซึ่งมักเปิดโล่งเพื่อใช้ทำการค้า ผมค่อนข้างกังวลกับตึกแถว เพราะเราแทบไม่มีข้อมูลเลยว่าอาคารเหล่านี้ใส่เหล็กในเสา และ คานเท่าใด และ ส่วนใหญ่ก็ไม่มีแบบก่อสร้างเก็บไว้ ทำให้ไม่มีข้อมูลที่จะนำมาประเมินกำลังรับน้ำหนักได้ อาคารอีกประเภทที่เสี่ยงก็คือพวกอาคารไร้คาน พวกนี้เราจะเห็นเค้าก่อสร้างเป็นแผ่นพื้นที่วางบนเสาเป็นชั้นๆแต่ไม่มีคานรองรับ บางทีก็ฝังลวดอัดแรงอยู่ข้างในด้วย พวกนี้เป็นที่นิยมมากเพราะก่อสร้างได้รวดเร็ว เช่นอาคารจอดรถ อาคารสำนักงาน แต่อาคารพวกนี้ก็เสี่ยงมากนะครับ เพราะถ้าพื้นบางเกินไป มันอาจจะพังทะลุผ่านเสาตกลงไปกระแทกพื้นชั้นล่างลงไปเป็นทอดๆ  แล้วทำให้อาคารทั้งหลังถล่มลงไปกองกันอยู่บนพื้นได้เลย

คำถามที่ 9. พวกบ้านเดี่ยว หรือ บ้านจัดสรรมีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด?
ถ้าเป็นบ้านที่ก่อสร้างด้วยชิ้นส่วนสำเร็จรูป เช่น ใช้คาน หรือ เสาสำเร็จรูปมาต่อกัน ก็มีความเสี่ยงที่บริเวณรอยต่อที่ประกอบคานกับเสาเข้าด้วยกัน ซึ่งหากทำไว้ไม่แข็งแรงพอ ก็อาจจะหลุด แล้วทำให้อาคารเสียหายได้

คำถามที่ 10. พวกอาคารสูงในกรุงเทพฯเข้าข่ายเสี่ยงหรือไม่?
ดังที่ผมบอกไปแล้วว่า อาคารสูงไหวตัวได้ง่าย และ ผู้คนก็รู้สึกกันเยอะ ทำให้คนกลัวอาคารสูงกันมาก แต่ความเข้าใจตรงนี้ยังไม่ถูกต้องทั้งหมด การโยกตัวหรือการไหวของอาคารไม่ได้หมายความว่าอาคารจะเสียหายหรือถล่มลงมาเสมอไป ต้องอย่าลืมนะครับว่าอาคารสูงส่วนใหญ่กว่าจะออกแบบและก่อสร้างจนสำเร็จได้ จะต้องมีวิศวกรออกแบบและควบคุมงานดีกว่าอาคารประเภทอื่นๆ และถ้าเป็นอาคารสูงที่มีรูปทรงเรียบง่าย มีเสาวางเรียงตัวกันอย่างสม่ำเสมอ ก็น่าจะมีความปลอดภัย แต่ถ้าเป็นอาคารสูงที่มีรูปทรงซับซ้อน มีส่วนเว้า ส่วนโค้ง ส่วนยื่น หรือ ลูกเล่นมากๆ หรือ มีกำแพงเยื้องออกไปจากศูนย์กลางของอาคารมากๆ หรือ มีด้านล่างเปิดโล่ง พวกนี้จะมีความเสี่ยงมากกว่า

คำถามที่ 11. แล้วเราจะมีการเตรียมความพร้อมอาคารของเราให้มีความปลอดภัยได้อย่างไร?
ถ้าเป็นอาคารใหม่ที่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง จะต้องออกแบบและก่อสร้างให้รองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวตามกฎกระทรวงปี 2550 หากออกแบบและก่อสร้างอาคารตามกฎหมายนี้ก็จะทำให้อาคารมีความปลอดภัย แต่ปัญหาก็คืออาคารเก่าที่มีอยู่จำนวนมากที่ก่อสร้างก่อนปี 2550 ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่หรือเกือบจะทั้งหมดจะไม่ได้ออกแบบให้ต้านทานต่อแผ่นดินไหว อาคารเหล่านี้หากจัดอยู่ในกลุ่มของอาคารเสี่ยงตามที่ผมได้อธิบายไป ก็ควรจะต้องนำมาวิเคราะห์และหาวิธีการเสริมความมั่นคงให้อาคารแข็งแรงรองรับแผ่นดินไหวได้ในระดับเดียวกับอาคารที่ก่อสร้างขึ้นมาใหม่ตามกฎกระทรวง

คำถามที่ 12. อาคารเก่าที่ก่อสร้างไปแล้วแก้ไขให้ต้านทานแผ่นดินไหวได้หรือไม่?
อาคารที่ก่อสร้างไปแล้วไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาคารเสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อย ผมคิดว่าเรามีวิธีที่จะแก้ไขให้กลับมาต้านทานแผ่นดินไหวได้ หากเราทราบข้อมูลของอาคาร เช่น แบบก่อสร้าง แบบการเสริมเหล็ก เราก็สามารถนำแบบเหล่านั้นมาวิเคราะห์ตรวจสอบดูว่าอาคารดังกล่าวมีความแข็งแรงเพียงใด และ หากจำเป็นจะต้องเสริมกำลังจะใช้วิธีใดจึงจะได้ผลดีและในราคาที่ประหยัด วิธีการวิเคราะห์ตรวจสอบและเสริมกำลังอาคารค่อนข้างจะมีมาตรฐานสากลที่เป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว แต่หากอาคารบางประเภทที่เราไม่มีแบบก่อสร้างหรือหาข้อมูลไม่ได้ ก็อาจทำให้การวิเคราะห์ทำได้ยาก ในกรณีนี้ก็ต้องเผื่อการเสริมความแข็งแรงให้มากๆ หน่อย ชดเชยกับการที่เราขาดข้อมูลที่ชัดเจน

คำถามที่ 13. การเสริมความแข็งแรงให้แก่อาคารทำได้อย่างไรบ้าง แล้วค่าใช้จ่ายสูงมากน้อยเพียงใด
การเสริมความแข็งแรงของอาคารจะเน้นที่การปรับปรุงให้อาคารโยกตัวได้มากและนานขึ้น ปัญหาของอาคารเก่าคือมันจะโยกตัวไปไม่ได้มากนัก เพราะเมื่อมันโยกตัวไปมากๆ ปูนจะกะเทาะหลุดออกมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณโคนเสา ซึ่งเมื่อปูนกะเทาะหลุดออกมาแล้ว ก็อาจจะทำให้โครงสร้างพังทลายลงมา หากเป็นอาคารที่จะก่อสร้างใหม่ เราจะเน้นที่ใส่เหล็กปลอกที่บริเวณโคนเสาให้มากๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ปูนกะเทาะหลุดออกมา แต่หากเป็นอาคารที่ก่อสร้างเสร็จไปแล้ว ก็อาจจะใช้แผ่นคาร์บอนไฟเบอร์มาพันรอบเสากันปูนกะเทาะหลุดออก และ หากเป็นอาคารหลังเล็กๆ หรือ ตึกแถว การใช้แผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ก็อาจเป็นสิ่งที่เกินจำเป็น ผมคิดว่าน่าจะใช้เฟอโรซีเมนต์ซึ่งเป็นเทคโนโลยีชาวบ้านที่มีราคาถูกกว่าคาร์บอนไฟเบอร์มาก ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายผมคิดว่าไม่สูงมากอยู่ระหว่าง 2-5% ของค่าก่อสร้าง

คำถามที่ 14. อาจารย์มีข้อแนะนำอย่างไรเกี่ยวกับอาคารที่ได้ก่อสร้างไปแล้ว?
ผมคิดว่าเราควรตรวจสอบอาคารที่สำคัญๆ เช่น อาคารสาธารณะ อาคารโรงพยาบาล อาคารสถานที่ราชการ ตลอดจน อาคารสูง และ อาคารเอกชนหลายๆ แห่งที่มีคนใช้งานเป็นจำนวนมาก ว่าสามารถต้านทานแผ่นดินไหวได้มากน้อยเพียงใด และ จะต้องเสริมความแข็งแรงอย่างไรที่จะปรับปรุงให้อาคารต้านทานแผ่นดินไหวได้ การตรวจสอบไม่ใช่แค่เดินเข้าไปดูในอาคารและจะทราบได้ แต่จะต้องนำแบบก่อสร้างมาทำตามวิธีการประเมิน และ การเสริมกำลังตามมาตรฐานสากลซึ่งเรามีองค์ความรู้มากพอที่จะตรวจสอบและประเมินได้ ผมคิดว่าเราควรจะต้องเตรียมความพร้อมอาคารของเราให้แข็งแรงทุกเมื่อ เพราะเราไม่อาจจะทราบได้เลยว่าแผ่นดินไหวครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นที่ไหน และ เมื่อไร

คำถามที่ 15. อาจารย์มีข้อแนะนำไปถึงหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง?
ผมคิดว่าหน่วยงานราชการก็ตื่นตัวมากพอสมควรแล้วครับ ผมได้เคยเตือนไปแล้วว่า อย่าดูเฉพาะอาคารอย่างเดียว โครงสร้างประเภทอื่นๆ เช่น โครงสร้างทางยกระดับ สะพาน และอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ก่อสร้างไปนานๆแล้วอาจจะไม่สามารถรองรับแผ่นดินไหวในระดับแรงๆได้ ก็จำเป็นจะต้องทำการวิเคราะห์ ตรวจสอบ และ เสริมความแข็งแรงเช่นกัน ส่วนอาคารเก่าที่เป็นของเอกชน รัฐก็ควรเอื้อให้เขาทำการปรับปรุงอาคารได้สะดวกขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องมีวิศวกรมาควบคุมทั้งในขั้นตอนการออกแบบ และ การก่อสร้างด้วย อีกเรื่องหนึ่งคือพื้นที่ที่บังคับใช้ในกฏกระทรวงปี 2550 ปัจจุบันมีภาคเหนือ 9 จังหวัด ภาคตะวันตก 1 จังหวัด คือที่กาญจนบุรี กรุงเทพและปริมณฑลอีก 4 จังหวัด และ จังหวัดในภาคใต้อีก 7 จังหวัด ผมเป็นห่วงว่าอาจจะครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงยังไม่ครบ ต้องไม่ลืมว่าชั้นดินอ่อนไม่ได้มีอยู่เฉพาะในกรุงเทพและปริมณฑลแค่ 4 จังหวัดเท่านั้น แต่ครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่านั้นอีกหลายจังหวัด และต้องไม่ลืมว่าจังหวัดในภาคอีสานตอนบนก็ได้รับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวในลาวเช่นกัน ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมาดูเรื่องพวกนี้อย่างจริงจังกันเสียที

คำถามที่ 16. อาจารย์คิดว่า วสท. ควรจะแสดงบทบาทอย่างไรในสถานการณ์ที่เกิดภัยพิบัติบ่อยครั้ง?
ในฐานะที่ วสท. เป็นองค์กรทางวิชาการและวิชาชีพที่ประกอบด้วยผู้ที่มีความรู้เป็นจำนวนมาก วสท. จะต้องแสดงบทบาทเป็นที่ปรึกษาให้แก่สังคม และ จะต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และแค่นั้นคงยังไม่พอ แต่จะต้องเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ปฏิบัติได้อีกด้วย ซึ่ง วสท. จะต้องรักษาจุดยืนตรงนี้เอาไว้ ในส่วนผมเองในฐานะที่เป็นกรรมการอำนวยการ และประธานคณะอนุกรรมการโครงสร้างและสะพาน ก็ยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือ และให้ความรู้แก่ประชาชน ทุกวันนี้ก็มีชาวสอบถามผมเป็นจำนวนมาก ซึ่งผมก็มีความยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือแก่ชาวบ้านในนาม วสท. อยู่แล้วและก็อยากจะฝาก วสท. ว่าหากชาวบ้านตลอดจนองค์กร หรือ หน่วยงานต่างๆ ต้องการความช่วยเหลือ ก็ให้ติดต่อมาที่ วสท. หรือ ติดต่อมาที่ผมโดยตรงก็ได้ อย่างน้อยเราคงต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมพอสมควร

 
 
ประกาศโดย: eit/eit
วันที่: 2011-04-07/2011-05-27
ผู้ชม: 8,713
 

HILTI
scg
ค้นหา
Interested News
General
คู่มือจัดการบ้านหลังน้ำท่วม + แนวทางการป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมอาคาร
โครงการเครือข่ายยุววิศวกร ครั้งที่ 4
วสท. เข้าตรวจอาคารทรุด หลังเซียร์รังสิต
แถลงข่าวงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2556
วสท. จัดพิธีรดน้ำขอพรวิศวกรอาวุโส และประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2555
วสท. ร่วมกับสมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย สัมมนาเรื่อง “เตรียมพร้อมรับสายไฟฟ้าตาม มอก.ใหม่ มาตรฐานการติดไฟฟ้าที่ปรับปรุงใหม่”
วสท. จับมือ สภาวิศวกร ร่วมพัฒนาวิชาชีพวิศวกรรม
คณะกรรมการกองทุนสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
Special Seminar on Design and Construction of Tall Buildings at Myanmar Engineering Society
ขอเชิญท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาวิศวกรรมไทย ก้าวไกลสู่ AEC
แถลงการณ์ วสท. วิกฤตการณ์น้ำท่วม
สรุปผลการจัดกิจกรรมแข่งขันกอล์ฟสมาชิกสัมพันธ์ วสท. ประจำปี 2555
แถลงข่าวเรื่อง “การเข้าตรวจสอบอาคารบางกอกฟุตซอลอารีนา ตามคำขอของกรุงเทพมหานคร”
วสท. ได้มีการปรับปรุงจรรยาบรรณวิศวกร ดังฉบับร่างที่นำเสนอสมาชิกมานี้เพื่อขอความเห็นจากสมาชิกก่อนจะประกาศใช้
แถลงข่าว “อันตรายจากการใช้บันไดเลื่อน”
วสท. เข้าเยี่ยมชม “งานวิจัยพลังงานกังหันลมและงานวิจัยด้านพลังงานทดแทน
ด่วน! ขอเชิญชวน จัดส่งตำราที่มีคุณภาพด้านวิศวกรรมศาสตร์ ชิงเงินรางวัลจากกองทุน
วสท. จัดพิธีรดน้ำขอพรวิศวกรอาวุโส และประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2554
พิธีเปิดงานประชุมอุโมงค์โลก 2012
แถลงการณ์ฉบับที่ 2 วสท.
ขอรับบริจาคหนังสือเข้าห้องสมุด วสท.
แถลงข่าว “แผ่นดินไหวในประเทศไทย และผลกระทบต่อโครงสร้างอาคาร”
ขอบคุณผู้สนับสนุน โครงการเครือข่ายวิศวกร ครั้งที่ 5
วสท. แถลงข่าว ผลการตรวจสอบกรณีถนนพระรามที่สี่เกิดทรุดตัวใกล้แยกวิทยุ
พิธีลงนามเซ็นสัญญาการจัดงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2555
กำหนดการ พิธีมอบโล่รางวัลพระราชทานวิศวกรเกียรติคุณ
วสท. รายงานการสำรวจเบื้องต้น คานคอนกรีตโครงการโฮฟเวลพังทลาย
รายงานเบื้องต้นการตรวจสอบอาคาร FICO สถานที่เกิดเหตุเพลิงไหม้
วสท. นำคณะเข้าเยี่ยมชม โรงงานไทยออยล์ จ.ชลบุรี
ปัจฉิมนิเทศ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต
ทัศนาจรศึกษาดูงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ ราชพฤกษ์ 2554
เยี่ยมคำนับ และสวัสดีปีใหม่องคมนตรี
ผ่านไปแล้วกับการประชุม CAFEO ครั้งที่ 29 ณ ประเทศบรูไน
วิศวจุฬาดีเด่น
ต้นกัก กลางชะลอ กทม.ช่วยระบาย
Eco Challenge 2011-12
วสท. จัดงานเลี้ยงขอบคุณวิศวกรอาสา และสื่อมวลชน
ค่ายการเรียนรู้การประหยัดพลังงานและพลังงานทดแทน
งานเลี้ยงปีใหม่ วสท.
วสท. การร่วมมือกับ RICS (Royal Institute of Chartered Surveyors) เพื่อเป็นเครือข่ายร่วมสมาชิก
ข้อแนะนำสำหรับบ้านหลังน้ำลด ด้านเครื่องกลและระบบท่อ
วสท. ขอเชิญร่วมบริจาคเงินสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
วสท. ประกาศคัดสรรวิศวกรคอมพิวเตอร์ยอดเยี่ยม พศ. 2554
วสท. แถลงข่าว “วิศวกรอาสาช่วยเหลือหลังน้ำท่วม และส่งทีมวิศวกรลงพื้นที่”
วสท. แถลงข่าว “วิศวกรอาสาช่วยเหลือประชาชนในการตรวจสอบอาคารหลังน้ำท่วม”
กอลฟ์สมาชิกสัมพันธ์ วสท. ประจำปี 2554
EIT High Tea จิบน้ำชายามบ่าย ครั้งที่ 1
คลินิกช่างพบประชาชน เสาร์ที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา
พิธีเปิดงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2554
วสท. ลงนามถวายพระพรในหลวง
EIT Talk & Dinner
วสท. จัดการแถลงข่าวเรื่อง “ไฟไหม้อาคารสูง มหันตภัยใกล้ตัวคนเมือง”
วิศวกรหญิงไทย วสท. ดูงานอุทยานมิตรผล ด่านช้าง
วสท. ลงนาม MOU กับกรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน
ยกอุโบสถเก่าแก่อายุ 459 ปี
การประชุมวิชาการวิศวกรรมความปลอดภัยแห่งชาติ ครั้งที่ 3
ประชุมความร่วมมือระหว่าง วสท. กับ RICS
สัมมนาเทคนิคบริหารการเงินฯ เปิดเป็นรุ่นแรก ผู้สนใจลงทะเบียน มากมาย
วสท. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การพัฒนาบุคลากร เพื่อเป็นผู้ตรวจสอบเครน/ปั้นจั่น
“Renewal of Agreement of Cooperation” between ASCE & EIT
ทัศนาจรศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าเขื่อนน้ำงึม 2 ณ สปป.ลาว
ทำบุญเลี้ยงพระ รดน้ำดำหัววิศวกรอาวุโส
ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2553
ประชุมคณะกรรมการอำนวยการ
วิศวกรหญิงไทยจัดประชุมสัญจรและศึกษาดูงาน
16 คำถาม ไขข้อข้องใจ กรุงเทพๆเสี่ยงภัยต่อแผ่นดินไหวขนาดไหนและจะรับมือกันอย่างไร
แถลงข่าว “แผ่นดินไหวในญี่ปุ่น มีผลต่อไทยหรือไม่ และควรเตรียมรับมืออย่างไร”
CAFEO 28 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม
พิธีเปิดอาคารวิศวกรรมสถานอุปถัมภ์ 2
วสท. ลงนามถวายพระพร
เยี่ยมคำนับ และสวัสดีปีใหม่องคมนตรี
วสท. ซ้อมอพยพหนีไฟ
วสท. ส่งวิศวกรอาสาตรวจสอบความเสียหายของอาคาร หลังเหตุการณ์น้ำท่วม
ด่วน! ขอเชิญชวน จัดส่งตำราที่มีคุณภาพทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ชิงเงินรางวัลจากกองทุนเพื่อการศึกษาและวิจัยด้านวิศวกรรมศาสตร์ในพระราชูปถัมภ์
เชิญอาจารย์นักวิจัยสาขาวิศวกรรมอุตสาหการร่วมนำเสนอบทความวิจัยในประชุมวิชาการระดับนานาชาติ
วสท. ร่วมกับสภาวิศวกรจัดการเสวนาเรื่อง “งานวิศวกรรมกับกรณีภัยพิบัติ”
วสท. ร่วมกับ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่งชาติ ครั้งที่ 18
วสท. ได้จัดโครงการศึกษาดูงานด้าน ECO Towns ณ เมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น
บรรยากาศ การประชุมวิชาการวิศวกรรมความปลอดภัย ครั้งที่ 4
ขั้นตอนการยกย้ายอาคารหอสมุดดำรงราชานุภาพ วัดมหาธาตุยุราชรังสฤษฎิ์
ตรวจอาคารวีรสุ - กรณีเกิดเพลิงไหม้
แถลงข่าวความเห็นต่อโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท
เสวนานวัตกรรมเพื่อการพัฒนาวิศวกรรมอย่างยั่งยืน
บรรยายพิเศษด้านพลังงานโดย ปตท.สผ.
โครงการเครือข่ายวิศวกร ครั้งที่ 7
ประกาศผลการเลือกตั้งคณะกรรมการอำนวยการ วสท. วาระปี พ.ศ. 2557-2559
พิธีเทวาภิเษกพระวิษณุกรรม
วสท. จัดทำ MOU กับวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น ม.ขอนแก่น
บรรยายพิเศษ Segmental Tunnel Linings with Fibre Reinforced Concrete
วสท. รับมอบป้ายทางหนีไฟ
ศึกษาดูงาน ECO Towns ณ คิตะคิวชู เมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น
พิธีเปิดงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2556
ประชุม CAFEO 31
วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถ์ (วสท.) จัดงานครบรอบ 70 ปี วสท.
หนังสือ เจ็ดทศวรรษ วสท.
อบรมหลักสูตรครูสมาธิ ไฮเทค รุ่นที่ 34
ประชุมคณะกรรมการอำนวยการชุดใหม่ครั้งแรก
ผู้แทนบริษัทชิโน-ไทยเข้าพบ แสดงความยินดีนายก วสท. คนใหม่
วสท. รับสมัครงาน
The 6th ThaiTIMA
วสท. จับมือสภาวิศวกรในการดำเนินงานในอนาคต
วสท. ร่วมต้อนรับคณะผู้แทนจาก Construction Association of Bhutan (CAB) ประเทศภูฏาน
เราได้สาวไทย คนแรก ในอวกาศเป็นวิศวกรหญิง
นายกใหม่ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วาระปี พ.ศ.2557-2559
วสท. แสดงความยินดีกับการเคหะแห่งชาติ ครบรอบ 41 ปี
กรณีข่าวมีผู้เสียชีวิตจากการโดนลิฟต์โดยสารหนีบ ในคอนโดแห่งหนึ่ง
สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาเครื่องกล และไฟฟ้าไทยแสดงความยินดีกับนายก วสท.
วสท. แถลงข่าว “อาคารวิบัติ ภัยที่หลีกเลี่ยงได้”
การประชุมกำหนดนโยบาย และระดมสมอง คณะกรรมการอำนวยการ วสท.
วสท. ส่งผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบที่เกิดเหตุ Regulating Well
งานฉลองโล่พระราชทาน วิศวกรเกียรติคุณตามรอยพระบาท
โครงการคอมพิวเตอร์เพื่อน้อง
วสท. นำนิสิตนักศึกษาเรียนดี เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานเหรียญฯ
วสท. ร่วมกับสภาวิศวกร แถลงข่าว “ภัยพิบัติจากไฟไหม้บ่อขยะกับแนวทางการป้องกัน และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”
ด่วน! ขอเชิญส่งตำราภาษาไทย ที่มีคุณภาพด้านวิศวกรรมศาสตร์
รองศาสตราจารย์ ดร. ตรีทศ เหล่าศิริหงษ์ทอง ประธานคณะกรรมการสาขาวิศวกรรมอุตสาหการ
วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) นำนิสิตนักศึกษาเรียนดี
วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) มีความต้องการรับสมัครพนักงาน
วสท. ลงนามตกลงร่วมมือกับ VNU จัดงานวิศวกรรมแห่งชาติประจำปี 2557
แสดงความยินดีกับกรรมการอำนวยการได้รับแต่งตั้งเป็น “ศาสตราจารย์กิตติคุณ”
พิธีรดน้ำขอพรวิศวกรอาวุโส 2557
วสท. จัดเสวนา และการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2556
วสท. แถลงข่าว “แผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์ ที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย”
วสท. ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจากแผ่นดินไหว จังหวัดเชียงราย
การประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่งชาติ ครั้งที่ 19
การเสวนาเรื่อง “ประมวลสถานการณ์หลังวันแผ่นดินพิโรธ”
วสท. นำสมาชิก เยี่ยมชม สหภาพสมาคมวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมแห่งสาธารณรัฐประชาขนลาว
โปสเตอร์ กฎความปลอดภัย แผ่นดินไหว สึนามิ ไฟไหม้อาคารสูง
ข้อมูล และการดำเนินงานด้านแผ่นดินไหว จ.เชียงราย
การประชุมสัมมนาเรื่อง “ลดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวในประเทศไทย”
โครงการเสวนา “จาก 3.5 แสนล้าน สู่ข้อเสนอเร่งด่วนการบริหารจัดการน้ำประเทศไทย”
เชิญร่วมสัมมนาเรื่อง “การซ่อมแซมอาคารที่ได้รับความเสียหายจากภัยแผ่นดินไหว จังหวัดเชียงราย”
เชิญร่วมเสวนาเรื่อง “ยกเครื่องเรื่องระบบราง” และงานแถลงข่าว วิศวกรรม’ 57
วสท. รับมอบทุนสนับสนุน “โครงการวิศวกรอาสาช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว ฯ” จากบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
คณะกรรมการสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วสท. เข้าเยี่ยมคำนับผู้อำนวยการ Sipa
วสท.เปิดรับสมัครพนักงาน
การแข่งขันกอล์ฟการกุศล วสท. ประจำปี 2557
วสท. รวมใจไทย...กู้ภัยแผ่นดินไหว นวัตกรรมต้นแบบอาคารต้านแรงแผ่นดินไหว
วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) จัดงานแถลงข่าว“วิศวกรรม’ 57” (Engineering 2014)
บทสรุปจาก เสวนาเรื่อง “จาก 3.5 แสนล้าน สู่ข้อเสนอเร่งด่วนการบริหารจัดการน้ำประเทศไทย”
วสท. ร่วมกับสำนักงานโยธาฯ จังหวัดเชียงราย จัดสัมมนาการซ่อมแซมอาคารเสียหายจากแผ่นดินไหว
การประชุมวิชาการวิศวกรรมความปลอดภัยแห่งชาติ ครั้งที่ 5
โครงการสัมมนา และทัศนศึกษาดูงานเรื่อง “การก่อสร้างโครงสร้างใต้ดินลึก” ณ ศูนย์นิทรรศการ และการประชุมไบเทค บางนา
ประชุมคณะกรรมการประสานความร่วมมือจัดการศึกษา และวิชาการ ครั้งที่ 2
รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ เลขาธิการ ผู้แทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.)
ทดสอบการรับน้ำหนักพื้นอาคาร สถาบันแพทย์จักรีนฤบดินทร์ รพ.รามาธิบดี
โครงเข้าค่ายอบรมนิสิต นักศึกษาเรียนดี ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญรางวัลเรียนดี ประจำปี พ.ศ. 2557
เสวนาวิชาการเรื่อง “พัฒนาระบบรางขนส่งรางของประเทศไทย ทำอย่างไร?”
วสท. ร่วมกับ การนิคมอุตสาหกรรมฯ ตรวจประเมินความปลอดภัยโรงงานอุตสาหกรรม (นำร่อง)
วสท. ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการประสานความร่วมมือทางวิชาการ กับ สมาคมนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แห่งประเทศไทย
วสท. รับมอบรถ TOYOTA HILUK
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มอบเงินสนับสนุนงานวิศวกรรม’57
ขอเชิญร่วมงานพิธีมอบรางวัล ศาสตราจารย์ ดร.ชัย มุกตพันธุ์ แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.วันชัย เทพรักษ์
ประชุมเสวนาเรื่อง “บทเรียนคอนโด 6 ชั้น... กับการปฏิบัติวิชาชีพ”
วสท. ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ต่อต้านคอร์รัปชัน
วสท. ลงนามบันทึกความร่วมมือด้านวิชาการวิศวกรรมงานทาง กับ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม
วสท. แสดงความยินดีกับพลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
การประชุมวิชาการงานวิจัยระดับบัณทิตศึกษาสาขาวิศวกรรมปฐพี ครั้งที่ 9 พร้อมศึกษาดูงาน โครงการมหาสมุทร
ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายก วสท. แสดงความยินดีกับ ผศ.ดร.คมสัน มาลีสี
พิธีวางศิลาฤกษ์ และเปิดโครงการก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์ ณ วัดดงมะเฟือง จังหวัดเชียงราย
ขอเรียนเชิญร่วมส่งบทความเข้าร่วมการประชุมสัมมนา
วสท. ร่วมกับ สอท. จัดแถลงข่าวเรื่อง “เสนอมาตรการสกัดเหล็กจีนทุ่มตลาดไทย และการค้าที่ไม่โปร่งใส”
สถาบันพลังจิตตานุภาพ เปิดหลักสูตรครูสมาธิ ไฮเทค
วสท. แถลงข่าว วิเคราะห์สาเหตุอาคารคอนโด 6 ชั้น คลอง 6 พังถล่ม
ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) รับรางวัลผู้บริหารดีเด่น ประจำปี 2557
วสท. ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ณ ศาลาศิริราช 100 ปี
อย่าพลาด วิศวกรรม'57
เชิญร่วมฟังเสวนาในงาน “วิศวกรรม 57” หัวข้อเสวนาฟรี
เสวนาเรื่อง ใบอนุญาตก่อสร้าง...เพื่อการพัฒนาประเทศ
การสัมมนาเรื่อง “การบริหารอาคารสูง และความปลอดภัยในการใช้ลิฟต์”
บูธคลินิกช่าง ในงานวิศวกรรม 57 (มีบรรยายฟรี วันที่ 30 พ.ย.57)
วสท. ร่วมงาน แถลงข่าว “บทเรียนแผ่นดินไหวแม่ลาว เชียงราย ภัยพิบัติใกล้ตัว”
วสท. แถลงข่าวเรื่อง “ลดเสี่ยงชีวิตคนไทย...พัฒนามาตรฐานความปลอดภัยในประเทศนี้”
วสท. ร่วมงาน “การประชุมสมาพันธ์วิศวกรแห่งอาเซียน ครั้งที่ 32
ผลการตัดสินการแข่งขัน
ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายก วสท. มอบใบประกาศนียบัตรรับรองอาคารเขียวไทย ระดับ Platinum ให้กับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
Eco Challenge 2014-15
วสท. แถลงข่าว “วิศวกรรม’57 วิศวกรรมสำหรับอนาคต”
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร
วสท. จัดงาน “วิศวกรรม’57 (Engineering ‘14)”
สไลด์ ประกอบการบรรยาย "ระบบรางทางออกเพื่ออนาคตการขนส่งไทย"
วสท. จัดแถลงข่าว “ถอดรหัส…กรณี ดิเอทัส – ตึกร้าง วสท. เปิดมาตรฐานการรื้อถอนอาคารของไทย ทำอย่างไรให้ปลอดภัย”
วสท. ร่วมประชุมเตรียมงานรับเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนพระราชทาน
เชิญร่วมสัมมนาฟรี
ร่วมสัมมนาฟรี
บริษัท คอสโม เทคโนลอจจิคอล คอนซัลแตนทส จำกัด
สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)
487 รามคำแหง 39 (ซอยวัดเทพลีลา) วังทองหลาง กทม. 10310 โทร 0-2319-2410~3 โทรสาร 0-2319-2710~11 E-mail: eit@eit.or.th